
รางวัลเลขท้าย 2 ตัวคือรางวัลที่คนไทยถูกกันมากที่สุด เพราะโอกาสสูงกว่ารางวัลใหญ่หลายเท่า แต่พอถูกจริงกลับสับสนว่าจะเอาไปขึ้นที่ไหนดี บางคนเอาไปแลกที่แผงแล้วโดนหักเยอะจนเสียดาย บางคนไม่รู้ว่าธนาคารก็รับ บทความนี้จะรวมทุกช่องทางการขึ้นเงินเลขท้าย พร้อมเทียบค่าธรรมเนียมให้เห็นชัดว่าแบบไหนได้เงินเต็มที่สุด
สำหรับใครที่อยากลองเสี่ยงโชคในราคาเป็นธรรม สะดวก ขึ้นเงินง่ายไม่ยุ่งยาก เชิญเข้าสู่หน้าหลักของเราได้เลย มือใหม่ที่ยังไม่คุ้นก็แวะดูวิธีการเล่นง่ายๆก่อนได้ ส่วนใครพร้อมแล้วก็เริ่มจากวิธีการสมัครที่ใช้เวลาไม่กี่นาที แล้วค่อยกลับมาดูช่องทางขึ้นเงินกันต่อ
ถูกเลขท้าย 2 ตัวได้เงินเท่าไหร่?

ก่อนจะไปเรื่องช่องทาง มาดูตัวเลขกันก่อนว่าถูกแล้วได้เท่าไหร่
รางวัลเลขท้าย 2 ตัว จ่ายที่ 2,000 บาทต่อสลาก 1 ใบ หมายความว่าถ้าซื้อใบเดียวแล้วถูก ก็ได้ 2,000 บาท
สำหรับคนที่ซื้อเป็นชุดหรือหลายใบ ก็สามารถนำไปขึ้นพร้อมกันได้ โดยระบบจะคิดเป็นยอดรวม เช่น ถูก 5 ใบ ก็เป็นเงินรางวัลรวม 10,000 บาท
จุดที่ต้องเข้าใจคือ ตัวเลข 2,000 บาทนี้คือเงินรางวัลเต็มก่อนหักอะไร ซึ่งเงินที่ได้จริงจะน้อยกว่านี้เล็กน้อยตามค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ที่ถูกหัก ซึ่งจะอธิบายละเอียดในหัวข้อถัดไป
หลายคนตกใจตอนได้เงินมาไม่เต็ม 2,000 บาท ทั้งที่จริงเป็นเรื่องปกติที่มีการหักตามกฎหมายและค่าบริการของแต่ละช่องทาง
การรู้ตัวเลขเต็มไว้ก่อนช่วยให้เราคำนวณได้ว่าแต่ละช่องทางเหลือเงินจริงเท่าไหร่ และเลือกได้ว่าที่ไหนคุ้มกว่า
เลขท้ายสองตัวขึ้นเงินได้ที่ไหนบ้าง?
มาถึงคำถามหลัก เลขท้ายสองตัวขึ้นเงินได้ที่ไหนบ้าง ซึ่งมีหลายทางเลือกมากกว่าที่หลายคนคิด
ช่องทางแรกคือ ธนาคารที่ให้บริการรับขึ้นเงินรางวัล ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งรับขึ้นเงินได้ทุกรางวัลยกเว้นรางวัลที่ 1 รวมถึงรางวัลเลขท้าย 2 ตัวด้วย
ช่องทางที่สองคือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จังหวัดนนทบุรี เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงศุกร์ เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่รับทุกรางวัล
ช่องทางที่สามคือ จุดรับแลกหรือแผงค้าที่มีป้ายรับขึ้นรางวัล ซึ่งสะดวกที่สุดเพราะมักอยู่ใกล้บ้าน แต่มีการหักค่าบริการที่ต่างกันไปตามแต่ละร้าน
ช่องทางที่สี่คือ ระบบดิจิทัลสำหรับคนที่ซื้อสลากผ่านแอป ซึ่งระบบจะจัดการให้อัตโนมัติ
จะเห็นว่าสำหรับรางวัลเลขท้าย 2 ตัว เรามีทางเลือกเยอะ ต่างจากรางวัลที่ 1 ที่ต้องไปสำนักงานสลากฯ เท่านั้น
ความหลากหลายนี้เป็นข้อดี แต่ก็หมายความว่าเราต้องเลือกให้เป็น เพราะแต่ละที่หักไม่เท่ากัน
รับเงินรางวัลเลขท้ายถูกหักอะไรบ้าง?

เรื่องที่คนสงสัยมากที่สุดคือ รับเงินรางวัลเลขท้ายแล้วโดนหักอะไรบ้าง ทำไมได้ไม่เต็ม
ต้องแยกให้ชัดว่ามีสองส่วน
ส่วนแรกคืออากรแสตมป์ตามกฎหมาย สลากกินแบ่งรัฐบาลต้องชำระค่าอากรแสตมป์ ทุก 200 บาทหรือเศษของ 200 บาท เสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ซึ่งคิดเป็น 0.5% ของเงินรางวัล ส่วนสลากการกุศลต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 1% ของเงินรางวัล
ส่วนที่สองคือค่าธรรมเนียมการให้บริการ หากขึ้นเงินที่สาขาธนาคาร จะมีค่าธรรมเนียมการให้บริการในอัตรา 1% ของเงินรางวัล ซึ่งเป็นค่าบริการของธนาคาร แยกจากอากรแสตมป์
ลองคำนวณให้เห็นภาพ ถ้าถูกเลขท้าย 2 ตัว 1 ใบ ได้เงินรางวัล 2,000 บาท
หากขึ้นที่ธนาคาร จะถูกหักอากรแสตมป์ 0.5% เท่ากับ 10 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคาร 1% เท่ากับ 20 บาท รวมหัก 30 บาท เหลือรับจริงประมาณ 1,970 บาท
หากขึ้นที่สำนักงานสลากฯ โดยตรง จะไม่มีค่าธรรมเนียมของธนาคาร เหลือแค่หักอากรแสตมป์ 10 บาท ได้รับ 1,990 บาท
ส่วนจุดรับแลกหรือแผงค้า จะมีการหักค่าบริการตามแต่ละร้านกำหนด ควรถามให้ชัดก่อนว่าหักกี่บาทหรือกี่เปอร์เซ็นต์
แต่ละช่องทางเหลือเงินเท่าไหร่ เทียบให้ดู
เพื่อให้เห็นภาพชัดว่าควรเลือกที่ไหน ลองดูตารางเปรียบเทียบจากเงินรางวัล 2,000 บาท
| ช่องทางขึ้นเงิน | สิ่งที่ถูกหัก | เหลือรับประมาณ | ข้อดี |
|---|---|---|---|
| ธนาคาร (ธ.ก.ส. ออมสิน กรุงไทย) | อากรแสตมป์ 10 บาท และค่าธรรมเนียม 20 บาท | 1,970 บาท | มีทุกสาขาทั่วประเทศ สะดวก |
| สำนักงานสลากฯ | อากรแสตมป์ 10 บาท | 1,990 บาท | ได้เงินเต็มที่สุด |
| จุดรับแลก แผงค้า | หักค่าบริการตามที่ร้านกำหนด | แล้วแต่ร้าน | ใกล้ตัว รวดเร็วที่สุด |
จากตารางจะเห็นว่า ส่วนต่างระหว่างธนาคารกับสำนักงานสลากฯ อยู่ที่ประมาณ 20 บาทต่อใบ ซึ่งไม่มากนัก
ประเด็นสำคัญคือ สำหรับรางวัลเลขท้าย 2 ตัวที่เป็นเงินไม่มาก การเดินทางไกลไปสำนักงานสลากฯ เพื่อประหยัด 20 บาท มักไม่คุ้มค่าเดินทาง
เพราะงั้นสำหรับคนทั่วไป การขึ้นที่ธนาคารใกล้บ้านจึงเป็นทางที่สมดุลที่สุด ระหว่างความสะดวกกับเงินที่ได้
ส่วนจุดรับแลกใกล้ตัวเหมาะกับคนที่ต้องการความเร็วที่สุดและไม่ซีเรียสเรื่องส่วนต่างเล็กน้อย แต่ควรถามค่าบริการให้ชัดก่อนเพื่อเทียบความคุ้ม
ขึ้นเงินที่ธนาคารต้องรู้เงื่อนไขอะไรบ้าง?

สำหรับคนที่เลือกขึ้นที่ธนาคาร มีเงื่อนไขสำคัญหลายข้อที่ต้องรู้ก่อนไป
เรื่องช่วงเวลา ข้อนี้คนพลาดบ่อยที่สุด ธนาคารรับขึ้นเงินรางวัลตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้น ถึงเวลา 12.00 น. ของวันออกรางวัลงวดถัดไป
หมายความว่ามีกรอบเวลาจำกัด ถ้าเลยช่วงนี้ไปแล้วต้องไปที่สำนักงานสลากฯ แทน เพราะธนาคารรับเฉพาะสลากงวดปัจจุบันเท่านั้น
เรื่องเอกสาร ต้องมีสลากฉบับจริงที่ลงชื่อด้านหลังแล้ว และบัตรประชาชนตัวจริงที่ไม่หมดอายุ โดยไม่รับมอบอำนาจ ลูกค้าที่ขอขึ้นเงินรางวัลกับธนาคารต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อแสดงตนทุกครั้ง
เรื่องคุณสมบัติ ผู้มาใช้บริการต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
เรื่องสภาพสลาก สลากจะต้องมีสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยลบ ขูดขีด หรือชำรุด หากสลากชำรุดต้องนำไปที่สำนักงานสลากฯ เท่านั้น
เรื่องรูปแบบการรับเงิน สำหรับยอดเงินรางวัลไม่เกิน 20,000 บาท สามารถเลือกรับเป็นเงินสดได้ ซึ่งรางวัลเลขท้าย 2 ตัวจำนวนไม่มากใบก็อยู่ในเกณฑ์นี้
การรู้เงื่อนไขเหล่านี้ล่วงหน้าช่วยให้ไปครั้งเดียวจบ ไม่ต้องเสียเที่ยว
ถูกหลายใบหรือซื้อดิจิทัลต้องทำอย่างไร?
สองกรณีพิเศษที่คนถามบ่อยคือ ถูกหลายใบ และซื้อสลากดิจิทัล
กรณีถูกหลายใบ สามารถนำไปขึ้นพร้อมกันได้ โดยระบบจะคิดเป็นยอดรวม เช่น ถูกเลขท้าย 2 ตัว 10 ใบ เป็นเงินรางวัลรวม 20,000 บาท
จุดที่ต้องระวังคือ เมื่อยอดรวมสูงขึ้น เกณฑ์การรับเงินอาจเปลี่ยน สำหรับการขึ้นที่ธนาคาร ยอดไม่เกิน 20,000 บาทเลือกรับเงินสดได้ แต่ถ้ายอดสูงกว่านั้น จะมีเงื่อนไขเรื่องการโอนเข้าบัญชีเข้ามาเกี่ยวข้อง
อีกเรื่องที่ต้องจำคือ ต้องเซ็นชื่อด้านหลังสลากทุกใบ ไม่ใช่แค่ใบเดียว
กรณีซื้อสลากดิจิทัล ระบบจะจัดการให้แทบทั้งหมด ตรวจรางวัลอัตโนมัติ แจ้งเตือนเมื่อถูก และดำเนินการรับเงินรางวัลผ่านระบบ ซึ่งสะดวกกว่ามากเพราะไม่ต้องเดินทางไปไหน
อย่างไรก็ตาม การรับเงินรางวัลผ่านระบบดิจิทัลมีค่าธรรมเนียมเช่นกัน โดยมีการหักค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ตามที่กำหนด จึงได้เงินไม่เต็มจำนวนเช่นเดียวกับช่องทางอื่น
สำหรับคนที่ซื้อประจำและมักถูกรางวัลเล็ก การใช้ช่องทางดิจิทัลช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไปขึ้นเงินได้มาก
เงื่อนไขเพิ่มเติมและข้อควรระวัง

ปิดท้ายด้วยเงื่อนไขเพิ่มเติมและข้อควรระวังที่ช่วยให้การขึ้นเงินราบรื่น
เรื่องอายุความ ต้องขึ้นเงินภายในกำหนดเวลา หากปล่อยไว้นานเกินไปสิทธิ์จะระงับ รางวัลเลขท้าย 2 ตัวก็อยู่ภายใต้อายุความเดียวกัน อย่าคิดว่ารางวัลเล็กไม่ต้องรีบ
เรื่องการเซ็นชื่อ ควรลงชื่อนามสกุลด้านหลังสลากทุกใบ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ป้องกันปัญหาหากสลากหาย
เรื่องการตรวจรางวัล ควรตรวจให้แน่ใจก่อนไป และตรวจกับแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะเคยมีกรณีเว็บบางแห่งขึ้นเลขผิด ควรกลับไปเทียบกับข้อมูลทางการอีกครั้ง
เรื่องจุดรับแลก หากเลือกใช้บริการจุดรับแลกหรือแผงค้า ควรถามค่าบริการให้ชัดเจนก่อนว่าหักกี่บาทหรือกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อเทียบความคุ้มค่ากับการไปธนาคารเอง และเลือกจุดที่น่าเชื่อถือ
เรื่องมิจฉาชีพ อย่าหลงเชื่อผู้ที่เสนอบริการแปลกๆ หรือให้โอนเงินล่วงหน้า เพราะค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์จะถูกหักจากยอดเงินรางวัลโดยตรงเสมอ
สรุปคือ การขึ้นเงินเลขท้ายไม่ยุ่งยาก มีหลายช่องทางให้เลือก ธนาคารใกล้บ้านสะดวกและคุ้มค่าสำหรับคนทั่วไป ขอแค่เตรียมเอกสารให้ครบและไปภายในกรอบเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ รายละเอียด อัตรา และเงื่อนไขอาจปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการก่อนเดินทางเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ถูกเลขท้าย 2 ตัวแต่พลาดช่วงเวลาที่ธนาคารรับต้องทำอย่างไร?
A: หากพ้นกรอบเวลาที่ธนาคารกำหนด สามารถไปดำเนินการที่สำนักงานสลากฯ ได้ เพราะรับสลากงวดอื่นด้วย แต่ควรรีบดำเนินการภายในอายุความ
Q: ชาวต่างชาติถูกเลขท้าย 2 ตัวขึ้นเงินได้ไหม?
A: การขึ้นเงินที่สาขาธนาคารมีเงื่อนไขเรื่องสัญชาติ ชาวต่างชาติจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร หรือติดต่อสำนักงานสลากฯ โดยตรงพร้อมพาสปอร์ต
Q: รางวัลเลขท้าย 2 ตัวกับเลขท้าย 3 ตัวขึ้นเงินที่เดียวกันไหม?
A: ใช่ครับ ทั้งสองรางวัลขึ้นได้ที่ธนาคารและสำนักงานสลากฯ เหมือนกัน โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมและค่าธรรมเนียมในหลักเดียวกัน
Q: จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารไหมถ้าจะรับเงินรางวัลเลขท้าย?
A: สำหรับยอดไม่เกิน 20,000 บาท สามารถเลือกรับเป็นเงินสดได้ จึงไม่จำเป็นต้องมีบัญชี แต่การมีบัญชีจะสะดวกกว่าหากถูกหลายใบจนยอดสูงขึ้น
Q: เลขท้ายสองตัวขึ้นเงินที่แผงต่างจากธนาคารมากไหม?
A: เลขท้ายสองตัวขึ้นเงินที่แผงจะเร็วและสะดวกกว่า แต่ค่าบริการขึ้นกับแต่ละร้าน ควรถามให้ชัดก่อนแล้วเทียบกับธนาคารที่หักค่าธรรมเนียม 1% บวกอากรแสตมป์ 0.5%
