
อยากเสี่ยงโชคแต่ไม่รู้จะเลือกซื้อสลากออมสินหรือสลากกินแบ่งรัฐบาลดี? ปัญหานี้คงไม่ใช่แค่เราที่เคยเจอ คนรอบตัวเยอะมากที่งงๆ กับเรื่องนี้ บางคนคิดว่าก็เหมือนกันนั่นแหละ แค่ชื่อต่างกัน แต่ความจริงต่างกันเยอะมาก เรียกว่าเป็นคนละโลกเลยก็ว่าได้ การเปรียบสลากออมสินกับสลากกินแบ่งรัฐบาลให้เห็นชัดๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะต่างสลากออมสินรัฐบาลไม่ได้อยู่แค่ที่ชื่อ แต่ลึกถึงระดับความเสี่ยง เงินที่จ่าย รางวัลที่ได้ และสิ่งที่ติดตัวเราในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายให้ฟังแบบสั้นๆ ตรงประเด็น ใช้ภาษาแบบเล่าให้เพื่อนฟัง ไม่มีศัพท์ยาก สำหรับใครที่อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์แล้วและอยากเริ่มต้นเสี่ยงโชคอย่างถูกกฎหมายในที่เดียว ลองเข้าชมหน้าหลักของแพลตฟอร์มเรา รวมทุกอย่างไว้ให้ครบ มือใหม่ที่ยังเขินๆ ก็ดูวิธีเล่นง่ายๆก่อนได้ ส่วนใครพร้อมแล้วก็สมัครได้เลย ที่นี่ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที
สลากรัฐบาลกับสลากออมสินต่างกันที่แก่นแท้อย่างไร?
ต่างกันที่จุดประสงค์ สลากกินแบ่งรัฐบาลคือการเสี่ยงโชคที่จ่ายเงินแล้วลุ้นรางวัล ถ้าไม่ถูกเงินก็หายไป ส่วนสลากออมสินคือการออมที่เงินต้นไม่หาย ครบกำหนดได้คืนพร้อมดอกเบี้ย และยังลุ้นรางวัลทุกเดือนเป็นโบนัส สองอย่างนี้จึงเป็นคนละแนวคิดกันโดยสิ้นเชิง
ALT: ภาพอธิบายความต่างพื้นฐานระหว่างสลากเสี่ยงโชคกับสลากเพื่อการออม
ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด สลากกินแบ่งรัฐบาลเหมือนการซื้อตั๋วหนัง จ่ายเงินไปแล้วได้ดูหนัง เสร็จแล้วก็จบ ไม่ได้ตั๋วคืน ไม่ได้เงินคืน ที่ได้คือประสบการณ์ เหมือนการจ่ายเงินซื้อสิทธิ์ลุ้นรางวัล ถ้าโชคดีก็ได้เงิน ถ้าไม่ดีเงินก็ไม่กลับมา ส่วนสลากออมสินเหมือนการซื้อบัตรสมาชิกที่มีเงินเก็บไว้ในบัตร แถมมีคูปองชิงโชคให้ลุ้นทุกเดือน ถ้าไม่ใช้เงินก็ยังอยู่ คล้ายกับเงินที่ไปอยู่ในบัญชี ครบกำหนดได้คืนบวกดอกเบี้ย
ที่ต่างกันแบบนี้เพราะคนทำต่างกัน สลากกินแบ่งรัฐบาลทำโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตั้งแต่ปี 2482 จุดประสงค์คือหารายได้เข้ารัฐ ส่วนสลากออมสินทำโดยธนาคารออมสิน ตั้งแต่ปี 2456 จุดประสงค์คือส่งเสริมการออมของคนไทย จุดประสงค์ที่ต่างกันจึงทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลเน้นการเสี่ยงโชคและรางวัลใหญ่ ส่วนสลากออมสินเน้นการสะสมเงินอย่างมีวินัยและให้ลุ้นรางวัลเป็นโบนัส ไม่ใช่แค่ชื่อต่าง แต่จิตวิญญาณของผลิตภัณฑ์ก็ต่าง ผู้ซื้อจึงต้องเข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไรก่อนเลือก
จ่ายเงินเท่ากันแล้วได้อะไรกลับมาต่างกันแค่ไหน?
ต่างกันมากในระยะยาว เพราะเงินที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลถ้าไม่ถูกก็หายไป ขณะที่เงินที่ซื้อสลากออมสินยังอยู่ครบและได้ดอกเบี้ย ตัวอย่างเงิน 300,000 บาทใน 5 ปี สลากกินแบ่งรัฐบาลอาจเหลือคืนราว 180,000 บาท แต่สลากออมสินยังเหลือ 350,000-400,000 บาท

ลองคิดง่ายๆ มีเงิน 100 บาท ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบกับเศษ จ่ายแล้วก็จบ รออย่างเดียวว่าจะถูกไหม ถ้าไม่ถูกเงินเป็นของรัฐ แต่เงิน 100 บาทเดียวกันซื้อสลากออมสินได้ 2 หน่วย หน่วยละ 50 บาท เงินนี้เก็บในบัญชีของเรา ครบ 1-3 ปีถอนได้บวกดอกเบี้ย ระหว่างนั้นก็ลุ้นรางวัลทุกเดือน ถ้าไม่ถูกเงินก็ยังอยู่
ขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น คนที่ใช้เงินเสี่ยงโชคเดือนละ 5,000 บาท ใน 5 ปีใช้ไป 300,000 บาท ถ้าซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตลอด ตามสถิติเฉลี่ยจะถูกรางวัลคืนประมาณ 60% หรือ 180,000 บาท เสียจริงราว 120,000 บาท แต่ถ้าเอาเงินเท่ากันซื้อสลากออมสินรุ่น 1 ปีต่ออายุไปเรื่อยๆ เงินต้น 300,000 บาทยังอยู่ครบ บวกดอกเบี้ยสะสมราว 25,000-50,000 บาท บวกรางวัลที่ถูกบ้าง รวมแล้วน่าจะเหลือ 350,000-400,000 บาท ส่วนต่างในระยะ 5 ปีจึงอยู่ที่ประมาณ 230,000-280,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยทางสถิติ ในความเป็นจริงบางคนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วถูกรางวัลที่ 1 ก็เปลี่ยนชีวิตทันที ส่วนสลากออมสินรางวัลที่ 1 มูลค่าน้อยกว่าแต่โอกาสถูกย่อยๆ เยอะกว่า จุดสำคัญที่ต้องจำคือสลากออมสินให้ผลตอบแทนที่แน่นอนแม้ไม่มาก ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ผลตอบแทนเป็นศูนย์หรือมหาศาลขึ้นอยู่กับโชค
สลากสองแบบนี้ต่างกันในแง่ความเสี่ยงแค่ไหน?
ต่างกันสุดขั้ว สลากกินแบ่งรัฐบาลมีความเสี่ยง 100% คือถ้าไม่ถูกเงินหายทั้งหมด ส่วนสลากออมสินแทบไม่มีความเสี่ยง เพราะเงินต้นได้รับการคุ้มครองจากธนาคารออมสินและพระราชบัญญัติคุ้มครองเงินฝาก ความเสี่ยงเดียวที่อาจมีคือเงินเฟ้อเล็กน้อยที่ดอกเบี้ยช่วยชดเชยได้
ALT: ภาพเปรียบเทียบระดับความเสี่ยงของสลากกินแบ่งรัฐบาลกับสลากออมสิน
นอกจากความเสี่ยงทางการเงิน ยังมีผลกระทบทางจิตใจที่ต่างกัน คนที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วไม่ถูกซ้ำๆ จะรู้สึกผิดหวัง บางคนเริ่มเครียดและซื้อมากขึ้นเพื่อหวังเอาคืน ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดพนัน ส่วนคนที่ซื้อสลากออมสินแม้ไม่ถูกก็ไม่เครียด เพราะรู้ว่าเงินยังอยู่ในบัญชีและได้ดอกเบี้ย การลุ้นรางวัลเป็นแค่โบนัส ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า
ALT: รายการกลุ่มคนที่ควรพิจารณาความเสี่ยงเป็นพิเศษในการเลือกสลาก
กลุ่มคนที่ควรพิจารณาความเสี่ยงเป็นพิเศษมีดังนี้
- ผู้สูงอายุที่ใช้เงินเก็บทั้งชีวิต ควรเลือกสลากออมสินที่ปลอดภัยกว่า
- คนมีหนี้ ไม่ควรเสี่ยงเงินกับสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะอาจกระทบเงินที่ต้องจ่ายหนี้
- คนวัยทำงานฐานะมั่นคง รับความเสี่ยงได้บ้าง แต่ต้องกำหนดงบที่รับได้
- คนที่เริ่มซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเอาคืน ควรเปลี่ยนมาซื้อสลากออมสินเสริมเพื่อกลับมามีวินัย
โดยรวมแล้ว สลากออมสินเหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อยและให้ความสำคัญกับความมั่นคง ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาลเหมาะกับคนที่พร้อมยอมเสียเงินบางส่วนเพื่อลุ้นรางวัลใหญ่ การมีสลากออมสินเป็นทางเลือกเสริมยังช่วยสร้างนิสัยการออมที่ดีไปพร้อมกัน
โครงสร้างรางวัลของสลากสองแบบต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ขนาดรางวัลใหญ่และความถี่ของรางวัลย่อย สลากกินแบ่งรัฐบาลเน้นรางวัลที่ 1 ก้อนใหญ่แต่มีน้อยรางวัล ส่วนสลากออมสินมีรางวัลย่อยจำนวนมากกว่าและให้ลุ้นต่อเนื่องหลายงวดโดยเงินต้นยังอยู่ ตารางด้านล่างเทียบให้เห็นชัด
ALT: ภาพเปรียบเทียบโครงสร้างรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาลกับสลากออมสิน
ตารางเปรียบเทียบโครงสร้างรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาลกับสลากออมสิน
| หัวข้อ | สลากกินแบ่งรัฐบาล L6 | สลากออมสิน |
| รางวัลที่ 1 | 6 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล | 5–20 ล้านบาท จำนวน 1–5 รางวัลตามรุ่น |
| โอกาสถูกรางวัลที่ 1 | 1 ใน 1 ล้านต่อใบ | ราว 1 ใน 2 ล้านต่อหน่วย ขึ้นกับรุ่น |
| รางวัลย่อย | มีราว 9,500 รางวัลต่องวด | มีจำนวนมากกว่า โอกาสถูกย่อยสูงกว่า |
| ความถี่ออกรางวัล | เดือนละ 2 ครั้ง วันที่ 1 และ 16 | เดือนละ 2 ครั้ง บางรุ่นรายเดือน |
| การลุ้นต่อเนื่อง | ต้องซื้อใหม่ทุกงวด | รุ่น 3 ปีลุ้นได้ถึง 72 งวดโดยเงินต้นยังอยู่ |
| เงินต้นหลังไม่ถูก | หายทั้งหมด | ยังอยู่ครบบวกดอกเบี้ย |
จะเห็นว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลมีรางวัลข้างเคียงและเลขท้าย 2-3 ตัวที่เพิ่มโอกาสได้รางวัลย่อย ส่วนสลากออมสินบางรุ่นมีรางวัลพิเศษอย่างรางวัลรายปีหรือรางวัลครบรอบธนาคาร จุดเด่นที่สุดของสลากออมสินคือการได้ลุ้นต่อเนื่องหลายงวดโดยที่เงินต้นยังอยู่ในบัญชี ขณะที่สลากกินแบ่งรัฐบาลถ้าไม่ซื้อใหม่ก็ไม่ได้ลุ้น โอกาสถูกรางวัลใหญ่ของทั้งสองแบบใกล้เคียงกัน แต่โอกาสถูกรางวัลย่อยของสลากออมสินสูงกว่าชัดเจน
ใครซื้อสลากแต่ละแบบได้บ้าง และอายุสำคัญแค่ไหน?
อายุเป็นเรื่องสำคัญมาก สลากกินแบ่งรัฐบาลต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปตามกฎหมาย ส่วนสลากออมสินเด็กอายุ 7 ขวบขึ้นไปเปิดบัญชีและซื้อได้ เพราะเป็นการฝากเงินไม่ใช่การพนัน ตารางด้านล่างสรุปอายุขั้นต่ำของสลากแต่ละแบบ
ALT: ภาพอธิบายเกณฑ์อายุในการซื้อสลากแต่ละประเภท
สลากกินแบ่งรัฐบาลตามกฎหมายต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ตามมาตรา 39/2 ของพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ขายที่ขายให้คนอายุน้อยกว่านี้โดนปรับไม่เกิน 10,000 บาท และห้ามขายในสถานศึกษา เหตุผลที่กำหนดไว้ที่ 20 ปีเพราะสมองส่วนการตัดสินใจของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่เต็มที่ การให้เด็กเข้าใกล้การพนันในวัยที่ยังไม่พร้อมอาจนำไปสู่ปัญหาการติดพนันในวัยผู้ใหญ่ ส่วนสลากออมสินผ่อนปรนกว่า เพราะเป็นการฝากเงิน เงินยังเป็นของเด็กและเก็บในบัญชี การเรียนรู้เรื่องการออมตั้งแต่อายุน้อยจึงเป็นทักษะที่ดีไม่ใช่อันตราย
ตารางสรุปอายุขั้นต่ำในการซื้อสลากแต่ละประเภทในไทย
| ประเภทสลาก | อายุขั้นต่ำ |
| สลากออมสิน (ธนาคารออมสิน) | 7 ปีขึ้นไป |
| สลากเกษียณ (กอช.) | 15 ปีขึ้นไป |
| สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. | ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข |
| สลากกินแบ่งรัฐบาล L6 และ N3 | 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป |
ในแง่การรับรางวัล เด็กที่ถูกรางวัลสลากออมสินให้ผู้ปกครองรับแทนได้ง่ายโดยไม่มีปัญหาทางกฎหมาย ส่วนเด็กที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลแม้ผู้ปกครองรับแทนได้ก็ต้องชี้แจงที่มา ซับซ้อนกว่ามาก สำหรับพ่อแม่ที่อยากซื้อสลากเป็นของขวัญให้ลูกอายุไม่ถึง 20 ปี สลากออมสินจึงเป็นคำตอบที่ดีกว่าเพราะถูกกฎหมายและช่วยสร้างนิสัยการออม ส่วนวัยรุ่นที่อยากเริ่มเรียนรู้เรื่องเงินก็เริ่มจากสลากออมสินหรือสลากเกษียณของ กอช. ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปซื้อได้ แล้วรอครบ 20 ปีค่อยลองสลากกินแบ่งรัฐบาลเสริม
ประสบการณ์ใช้จริงในชีวิตประจำวันต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ความยุ่งยากในการเก็บรักษาและการตรวจรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาลแบบใบกระดาษต้องระวังไม่ให้หายหรือเสียหายและตรวจเอง ส่วนสลากออมสินในแอป MyMo และสลากดิจิทัลในเป๋าตังระบบเก็บข้อมูลและตรวจรางวัลให้อัตโนมัติ จึงสะดวกและปลอดภัยกว่า
ประสบการณ์ใช้จริงในแต่ละขั้นตอนมีดังนี้
- ตอนซื้อ สลากกินแบ่งรัฐบาลซื้อง่ายทั้งแบบใบและในเป๋าตัง ส่วนสลากออมสินที่สาขาใช้เวลานานกว่า แต่แอป MyMo เร็วเหมือนกัน
- ตอนเก็บรักษา ใบกระดาษต้องระวังเปียกน้ำ ฉีกขาด หรือหาย ส่วนแบบดิจิทัลทั้งสองระบบไม่มีปัญหานี้
- ตอนตรวจรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาลต้องตรวจเองทุกครั้ง ส่วนสลากออมสินใน MyMo ตรวจให้อัตโนมัติพร้อมแจ้งเตือน
- ตอนรับรางวัล รางวัลย่อยของแบบดิจิทัลเข้าบัญชีหรือ G-Wallet อัตโนมัติ ส่วนรางวัลใหญ่ต้องไปยืนยันที่สำนักงานหรือสาขา
โดยรวมแล้ว แบบดิจิทัลของทั้งสองประเภทให้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกัน คือสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องเดินทาง อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียน MyMo ครั้งแรกอาจซับซ้อนกว่าเป๋าตังเล็กน้อยเพราะต้องเปิดบัญชีออมสินก่อน ส่วนเรื่องการสนับสนุนลูกค้า ทั้งสองแบบมีศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ที่สอบถามได้ คือสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเบอร์ 0-2528-8688 และ Hotline ของธนาคารออมสิน
ควรเลือกสลากแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง?
เลือกตามสไตล์ชีวิตและเป้าหมาย คนชอบเสี่ยงและฐานะมั่นคงเหมาะกับสลากกินแบ่งรัฐบาล คนรักความปลอดภัยและอยากออมเหมาะกับสลากออมสิน ส่วนคนที่อยากได้ทั้งสองอย่างก็กระจายสัดส่วน โดยหลายคนใช้สลากออมสิน 70-80% และสลากกินแบ่งรัฐบาล 20-30%
ALT: รายการแนวทางการเลือกสลากตามกลุ่มและสไตล์ของแต่ละคน
แนวทางการเลือกตามแต่ละกลุ่มมีดังนี้
- คนชอบเสี่ยงและฐานะมั่นคง เลือกสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อลุ้นรางวัลก้อนใหญ่ แต่กำหนดงบที่รับได้
- คนรักความปลอดภัยและกลัวเสียเงิน เลือกสลากออมสินที่เงินต้นไม่หาย
- คนที่ต้องการสร้างเงินออม เลือกสลากออมสินที่บังคับตัวเองให้ออมอย่างมีวินัย
- พ่อแม่ที่อยากสอนลูกเรื่องเงิน เลือกสลากออมสินที่เด็ก 7 ขวบขึ้นไปเปิดบัญชีได้
- ผู้สูงอายุที่ใช้เงินเกษียณ เลือกสลากออมสินเป็นหลัก เสริมสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนน้อยเป็นความบันเทิง
- วัยทำงานรายได้พอใช้ กระจายความเสี่ยง ใช้สลากออมสิน 70-80% และสลากกินแบ่งรัฐบาล 20-30%
- คนเตรียมเงินเกษียณ ใช้สลากเกษียณ กอช. เป็นหลัก เสริมด้วยสลากออมสิน
- มือใหม่ที่ยังไม่แน่ใจ เริ่มจากสลากออมสินก่อนเพราะเสี่ยงน้อย แล้วค่อยลองสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนน้อย
สิ่งที่ควรจำคือไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุดสำหรับทุกคน คำตอบที่ดีที่สุดคือคำตอบที่เหมาะกับเราในตอนนี้ และพร้อมปรับเปลี่ยนเมื่อชีวิตเปลี่ยนไป หลักการสำคัญที่ใช้ได้กับทุกคนคืออย่ายึดติดกับชื่อ ลองทั้งสองแบบด้วยจำนวนน้อยก่อนได้ กำหนดงบที่ตายตัวไม่เกิน 5% ของรายได้ ใช้เฉพาะเงินส่วนเกิน และมองการเสี่ยงโชคเป็นความบันเทิงไม่ใช่ช่องทางสร้างความรวย
โดยสรุป สลากกินแบ่งรัฐบาลกับสลากออมสินต่างกันที่แก่นแท้ ไม่ใช่แค่ชื่อ สลากกินแบ่งรัฐบาลคือการเสี่ยงโชคที่จ่ายเงินแล้วลุ้นรางวัลก้อนใหญ่ ถ้าไม่ถูกเงินหายทั้งหมด มีความเสี่ยง 100% และเหมาะกับคนที่พร้อมรับความเสี่ยงเพื่อลุ้นรางวัลที่อาจเปลี่ยนชีวิต ส่วนสลากออมสินคือการออมที่เงินต้นไม่หาย ได้ดอกเบี้ย ลุ้นรางวัลทุกเดือนเป็นโบนัส แทบไม่มีความเสี่ยง เด็ก 7 ขวบก็ซื้อได้ และเหมาะกับคนที่อยากออมไปพร้อมกับลุ้นรางวัล ในแง่รางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาลเน้นรางวัลใหญ่ ส่วนสลากออมสินมีรางวัลย่อยถี่กว่าและลุ้นต่อเนื่องโดยเงินต้นยังอยู่ การเลือกที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับสไตล์ชีวิต ฐานะการเงิน และเป้าหมายของแต่ละคน หลายคนเลือกกระจายทั้งสองอย่างเพื่อได้ทั้งความมั่นคงและความสนุก ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน หัวใจสำคัญคือกำหนดงบให้ชัด ใช้เฉพาะเงินส่วนเกิน และมองการเสี่ยงโชคเป็นความบันเทิง ไม่ใช่ช่องทางสร้างความมั่งคั่ง
คำถามที่พบบ่อย
Q: ซื้อสลากออมสินแล้วนำไปใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงินกับธนาคารได้จริงไหม?
A: ได้จริงครับ สลากออมสินเป็นทรัพย์สินที่ธนาคารออมสินรับเป็นหลักประกันในการกู้เงินได้ โดยทั่วไปกู้ได้ในวงเงินสูงถึงประมาณ 90-95% ของมูลค่าสลากที่ถืออยู่ และมักได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป เพราะมีหลักประกันชัดเจน ข้อดีคือคุณได้เงินมาใช้ยามจำเป็นโดยไม่ต้องไถ่ถอนสลากก่อนกำหนด สลากยังอยู่และยังลุ้นรางวัลได้ตามปกติ เหมาะกับคนที่ต้องการสภาพคล่องชั่วคราวแต่ไม่อยากเสียสิทธิ์ลุ้นรางวัลและดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ควรสอบถามเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยล่าสุดที่สาขาก่อนตัดสินใจ เพราะรายละเอียดอาจต่างกันตามรุ่นสลากและนโยบายของธนาคารในแต่ละช่วง
Q: ถ้าสลากออมสินครบกำหนดแล้วแต่ลืมไปถอน เงินจะหายหรือยังได้ดอกเบี้ยต่อไหม?
A: เงินไม่หายครับ เมื่อสลากออมสินครบกำหนด เงินต้นและรางวัลที่ถูก (ถ้ามี) ยังเป็นของคุณเต็มจำนวน แต่จุดที่ต้องเข้าใจคือเมื่อครบกำหนดแล้ว สลากมักจะหยุดสิทธิ์ลุ้นรางวัลและการคิดดอกเบี้ยในอัตราของสลากนั้น โดยเงินอาจถูกพักไว้หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกไว้ตามเงื่อนไขของแต่ละรุ่น ซึ่งดอกเบี้ยหลังครบกำหนดมักคิดในอัตราเงินฝากออมทรัพย์ปกติที่ต่ำกว่า ดังนั้นแม้เงินจะไม่หาย แต่การลืมถอนหรือลืมต่ออายุทำให้เสียโอกาสลุ้นรางวัลและดอกเบี้ยที่สูงกว่าไป ทางที่ดีคือจดวันครบกำหนดไว้ หรือใช้แอป MyMo ที่แจ้งเตือนได้ เพื่อตัดสินใจว่าจะถอนหรือซื้อรุ่นใหม่ต่อทันที
Q: ดอกเบี้ยและรางวัลจากสลากออมสินมีผลต่อการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีอย่างไร?
A: แยกเป็นสองส่วนครับ ส่วนของเงินรางวัลจากสลากออมสินถูกหักอากรแสตมป์ 0.5% ณ จุดจ่ายเหมือนสลากกินแบ่งรัฐบาล และไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส่วนของดอกเบี้ยจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามกฎหมาย หากดอกเบี้ยเงินฝากรวมจากทุกธนาคารเกิน 20,000 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ถูกหักภาษีดอกเบี้ยไว้สามารถเลือกนำไปรวมคำนวณในแบบแสดงรายการภาษีเพื่อขอคืนได้ หากฐานภาษีของตนต่ำกว่าอัตราที่ถูกหัก สำหรับคนที่มีดอกเบี้ยไม่มากก็มักไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสีย แนะนำให้เก็บหลักฐานการหักภาษีไว้และปรึกษาเจ้าหน้าที่บัญชีหากมีเงินฝากหลายบัญชี เพื่อวางแผนภาษีได้ถูกต้อง
Q: สลากออมสินแต่ละรุ่นที่ออกมาต่างกันอย่างไร และควรเลือกรุ่นแบบไหน
A: สลากออมสินมีหลายรุ่นที่ต่างกันหลักๆ ที่ระยะเวลาฝาก ราคาต่อหน่วย โครงสร้างรางวัล และอัตราดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดครับ เช่น รุ่นระยะสั้น 1 ปีเหมาะกับคนที่อยากมีสภาพคล่องและไม่อยากผูกเงินนาน ส่วนรุ่น 2-3 ปีมักให้สิทธิ์ลุ้นรางวัลต่อเนื่องหลายงวดมากกว่าและบางรุ่นให้ผลตอบแทนรวมสูงกว่า การเลือกรุ่นควรดูจากเป้าหมายของตัวเอง ถ้าต้องการเก็บเงินยาวและลุ้นบ่อยเลือกรุ่นระยะยาว ถ้าต้องการความยืดหยุ่นเลือกระยะสั้น นอกจากนี้บางช่วงธนาคารออกรุ่นพิเศษที่ให้ดอกเบี้ยหรือรางวัลสูงกว่าปกติในโอกาสครบรอบ ซึ่งคุ้มค่าน่าสนใจ แนะนำให้ติดตามข้อมูลรุ่นล่าสุดผ่านเว็บไซต์หรือสาขาออมสินก่อนซื้อทุกครั้ง เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
Q: ถ้ามีสลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากออมสินอยู่แล้ว ควรจัดสรรเงินเพิ่มไปทางไหนเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น?
A: เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น หลักที่ดีคือเพิ่มสัดส่วนไปทางการออมและการลงทุนที่มั่นคงก่อน มากกว่าเพิ่มเงินเสี่ยงโชคครับ เพราะการเสี่ยงโชคควรคงอยู่ในกรอบงบความบันเทิงที่ไม่เกิน 5% ของรายได้เสมอ ไม่ว่ารายได้จะเพิ่มแค่ไหน ดังนั้นถ้ารายได้เพิ่ม ควรนำส่วนเพิ่มไปขยายสลากออมสินหรือสลากเกษียณที่เป็นการออมจริง รวมถึงพิจารณาการลงทุนระยะยาวอื่นอย่างกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนคาดหวังสูงกว่า ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาลให้คงงบเดิมไว้เป็นความบันเทิง การจัดสรรแบบนี้ทำให้ความมั่งคั่งเติบโตจากการออมและการลงทุนเป็นหลัก โดยยังมีความสนุกจากการลุ้นรางวัลอยู่ในสัดส่วนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นวิธีบริหารเงินที่ยั่งยืนกว่าการหวังรวยจากการเสี่ยงโชค
หากสนใจเริ่มต้นแทงหวยออนไลน์กับเว็บที่จ่ายจริง บาทละ 900 ดูรายละเอียดได้ที่ มาวินเบท (Mawinbet) ได้เลย
