วิธีเลือกซื้อสลากให้ได้ใบสวย ไม่โดนหลอก ตามช่วงวัยและสถานะชีวิต

01 วิธีเลือกซื้อสลากให้ได้ใบสวย ไม่โดนหลอก ตามช่วงวัยและสถานะชีวิต 1

ช่วงชีวิตของแต่ละคนมีความต้องการและความสามารถทางการเงินที่ต่างกัน คนวัย 20 ปีกับวัย 50 ปีมีมุมมองต่อการซื้อสลากไม่เหมือนกัน คนทำงานปกติกับเจ้าของธุรกิจมีงบประมาณต่างกัน ดังนั้นการเลือกซื้อสลากที่ดีต้องปรับให้เข้ากับสถานะชีวิตของตัวเอง ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกันกับทุกคน คำถามว่าซื้อสลากอย่างไรในแต่ละช่วงวัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเฉพาะ เทคนิคซื้อหวยที่จะแนะนำในบทความนี้ปรับให้เข้ากับช่วงวัย ตั้งแต่วัยเริ่มทำงานในช่วง 20 ปลายๆ วัยสร้างครอบครัวในช่วง 30 วัยกลางคนในช่วง 40-50 จนถึงวัยใกล้เกษียณในช่วง 60 ปี แต่ละช่วงมีความท้าทายและโอกาสที่ต่างกัน สำหรับคนอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ที่อยากเสี่ยงโชคในที่เดียวจบ ลองเข้าชมหน้าหลักของแพลตฟอร์มเรา รวมทุกอย่างไว้ครบ มือใหม่ที่ยังเขินๆ ก็ดูวิธีเล่นง่ายๆก่อนได้ ส่วนใครพร้อมแล้วก็สมัครได้เลย ที่นี่ ใช้เวลาไม่นาน

ภาพรวมการเลือกซื้อสลากในแต่ละช่วงวัยต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่สัดส่วนงบและประเภทสลากที่เน้น วัยเริ่มทำงานควรเน้นการออมและใช้งบน้อย วัยสร้างครอบครัวเน้นการกระจายและความโปร่งใส วัยกลางคนเน้นเตรียมเงินเกษียณ ส่วนวัยเกษียณเน้นสลากที่เงินต้นไม่หาย ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพรวมก่อนเจาะแต่ละช่วง

02 วัย 20 ตอนต้นถึงปลาย

ตารางสรุปงบและกลยุทธ์การเลือกซื้อสลากในแต่ละช่วงวัย

ช่วงวัยงบที่แนะนำจุดเน้นและกลยุทธ์
วัย 20 ต้น–ปลายไม่เกิน 3% ของรายได้สร้างนิสัยการเงิน เน้นออม ใช้เป๋าตังราคาทางการ
วัย 30 ต้น–กลางไม่เกิน 5% ของรายได้สุทธิกระจายผลิตภัณฑ์ คุยงบกับคู่สมรส เปิดบัญชีออมให้ลูก
วัย 30 ปลาย–40 ต้น5–7% ของรายได้สุทธิเริ่มเตรียมเงินเกษียณ กระจายหลายแอป
วัย 40 ปลาย–50 ต้น5–8% ของรายได้สุทธิเน้นออมเกษียณ เผื่อเงินสำรองสุขภาพ
วัย 50 ปลาย–60 ต้น5–10% ของรายได้สุทธิปรับพอร์ตเข้าสู่เกษียณ เน้นสลากออมทรัพย์
วัย 60 ปีขึ้นไปไม่เกิน 3% ของรายได้รวมเน้นสลากเงินต้นไม่หาย ระวังมิจฉาชีพ

หลักการร่วมของทุกช่วงวัยคือการตั้งงบที่ตายตัว ใช้เฉพาะเงินส่วนเกิน และเลือกช่องทางทางการที่ได้ราคา 80 บาท สิ่งที่เปลี่ยนไปตามวัยคือสัดส่วนระหว่างสลากที่ลุ้นรางวัลล้วนอย่างสลากกินแบ่งรัฐบาล กับสลากที่เก็บออมได้อย่างสลากออมสินและสลากเกษียณ ยิ่งอายุมากขึ้นและใกล้เกษียณ ยิ่งควรเอนไปทางสลากที่เงินต้นไม่หายมากขึ้น

วัย 20 ต้นถึงปลายควรซื้อสลากอย่างไรให้เหมาะกับรายได้ที่ยังน้อย?

ควรตั้งงบต่ำมากไม่เกิน 3% ของรายได้ ซื้อเพียงใบเดียวหรือสองใบต่องวดผ่านเป๋าตังที่ราคาทางการ 80 บาท และให้ความสำคัญกับการออมมากกว่าการเสี่ยงโชค เพราะวัยนี้คือช่วงสร้างนิสัยทางการเงินที่จะติดตัวไปทั้งชีวิต

ช่วงวัย 20 ปีต้นถึงปลายเป็นช่วงเริ่มทำงานและสร้างเงินออมแรกในชีวิต รายได้ยังไม่มาก ค่าใช้จ่ายประจำวันเยอะ ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัว คนรายได้ 15,000 บาทต่อเดือนควรตั้งงบไม่เกิน 450 บาทต่อเดือน หรือ 225 บาทต่องวด การใช้เป๋าตังช่วยให้ได้ราคาทางการเป๊ะ ประหยัดเทียบกับแผงทั่วไป และระบบเก็บข้อมูลพร้อมตรวจรางวัลอัตโนมัติโดยไม่ต้องเก็บใบ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในวัยนี้มีดังนี้

  • ตั้งงบไม่เกิน 3% ของรายได้ และยึดงบอย่างเคร่งครัด
  • ใช้แอปเป๋าตังเพื่อราคาทางการและความสะดวก
  • ให้น้ำหนักการออมมากกว่าการเสี่ยงโชค
  • พิจารณาสลากเกษียณ กอช. ราคา 50 บาทที่เก็บเป็นเงินออมยาวถึงอายุ 60 ปี

ข้อควรระวังที่สำคัญคืออย่าใช้เงินมากกับสลากเพราะอยากรวยเร็ว เพราะผลตอบแทนคาดหวังในระยะยาวอยู่ที่ประมาณ 60% ของเงินที่ลง การลงทุนในกองทุนหุ้นหรือการพัฒนาทักษะส่วนตัวให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า นิสัยการตั้งงบ การออม และการเสี่ยงในจำนวนที่ควบคุมได้ที่สร้างในวัยนี้ คือฐานของชีวิตทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาว

วัย 30 ต้นถึงกลางควรเลือกซื้อสลากอย่างไรเมื่อเริ่มมีครอบครัว?

03 วัย 30 ตอนต้นถึงกลาง

ควรตั้งงบไม่เกิน 5% ของรายได้สุทธิ กระจายในหลายผลิตภัณฑ์ และทำเรื่องงบให้โปร่งใสกับคู่สมรส เพราะวัยนี้มีความรับผิดชอบทางการเงินเพิ่มขึ้น ทั้งคู่สมรส ลูก บ้าน และรถ การซื้อสลากจึงต้องไม่กระทบความสำคัญอื่นในครอบครัว

วัย 30 ต้นถึงกลางเป็นช่วงที่อาชีพเริ่มมั่นคงและรายได้สูงขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มตาม คนรายได้ 35,000 บาทต่อเดือน หลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็นเหลือ 10,000 บาท ควรตั้งงบราว 500 บาทต่อเดือน การกระจายในหลายผลิตภัณฑ์เป็นกลยุทธ์ที่สมดุล เช่น เป๋าตัง 30% สำหรับลุ้นรางวัลใหญ่ MyMo 50% สำหรับออมในชื่อลูก และแอป กอช. 20% สำหรับเตรียมเกษียณ

เทคนิคสำหรับวัย 30 ที่มีครอบครัวมีดังนี้

  • ตั้งงบไม่เกิน 5% ของรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็น
  • คุยกับคู่สมรสเรื่องงบ ทำให้โปร่งใสไม่ใช่เรื่องลับ
  • เปิดบัญชีสลากออมสินในชื่อลูก (อายุ 7 ปีขึ้นไป) เป็นทุนการศึกษา
  • ซื้อร่วมกันในครอบครัวเป็นกิจกรรมสร้างความผูกพัน

ในวัยนี้ภาระทางการเงินใหม่ๆ เริ่มเข้ามา ทั้งค่าเทอมลูก ค่าผ่อนบ้าน และค่ารักษาพยาบาลของพ่อแม่ การมีงบที่ตายตัวสำหรับสลากจึงช่วยให้ไม่กระทบเรื่องสำคัญ และการทำให้การซื้อสลากเป็นเรื่องเปิดเผยในครอบครัวยังช่วยรักษาความไว้วางใจระหว่างคู่สมรสไว้ได้

วัย 30 ปลายถึง 40 ต้นควรปรับการซื้อสลากอย่างไรเมื่อภาระสูงขึ้น?

ควรตั้งงบ 5-7% ของรายได้สุทธิ และเริ่มให้น้ำหนักกับการเตรียมเงินเกษียณควบคู่การออมเพื่อลูก เพราะวัยนี้อาชีพเข้าสู่จุดสูงแต่ค่าใช้จ่ายดูแลครอบครัวก็ถึงจุดสูงเช่นกัน ทั้งลูกวัยเรียนและพ่อแม่ที่เริ่มสูงอายุ

ALT: ภาพคนวัย 30 ปลายถึง 40 ต้นวางแผนกระจายเงินซื้อสลากและออมเกษียณ

คนรายได้ 60,000 บาท หลังหักค่าใช้จ่ายเหลือ 20,000 บาท ควรตั้งงบ 1,000-1,400 บาทต่อเดือน โดยซื้อในเป๋าตัง 5-7 ใบต่องวด เสริมด้วยสลากออมสินใน MyMo สำหรับออมระยะยาว และสลากเกษียณในแอป กอช. สำหรับเตรียมเงินเกษียณ การเริ่มออมเพื่อเกษียณตั้งแต่ตอนนี้ทำให้เงินทบต้นในระยะ 20-25 ปี ได้ผลตอบแทนที่ดี เช่น ใส่แอป กอช. เดือนละ 1,000 บาท เมื่อรวมกับผลตอบแทนของกองทุนจะได้เงินก้อนที่มีนัยสำคัญตอนอายุ 60 ปี

ข้อควรพิจารณาในวัยนี้มีดังนี้

  • ตั้งงบ 5–7% ของรายได้สุทธิและยึดงบอย่างเคร่งครัด
  • ให้น้ำหนักการเตรียมเงินเกษียณแม้จะดูยังไกล
  • ใช้แอป กอช. ที่ทบต้นได้ในระยะ 20–25 ปี
  • หากถูกรางวัลใหญ่ ปรึกษานักวางแผนการเงินและคิดเรื่องการลงทุนระยะยาว

ในวัย 38-42 ปีเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ลูกโตขึ้นและพ่อแม่อาจต้องการการดูแลมากขึ้น ความรับผิดชอบที่สูงทำให้การเสียเงินมากในการเสี่ยงโชคกระทบหลายคน การวางแผนการเงินที่ดีและการยึดงบที่ตั้งไว้จึงสร้างความมั่นคงในระยะยาว

วัย 40 ปลายถึง 50 ต้นควรเลือกซื้อสลากอย่างไรเมื่อใกล้วัยเกษียณ?

ควรตั้งงบ 5-8% ของรายได้สุทธิ และเพิ่มสัดส่วนสลากที่เน้นการออมเพราะเหลือเวลาทำงานอีก 10-15 ปี วัยนี้ค่าใช้จ่ายสูงสุดในชีวิตจากลูกที่เข้ามหาวิทยาลัย ขณะที่การเตรียมเงินเกษียณกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

คนรายได้ 80,000 บาท หลังหักค่าใช้จ่ายเหลือ 25,000 บาท ควรตั้งงบ 1,250-2,000 บาทต่อเดือน กลยุทธ์ที่แนะนำคือเป๋าตัง 20% เพื่อความสนุกในการลุ้นรางวัลใหญ่ MyMo 50% สำหรับออมและลุ้นทุกเดือน และแอป กอช. 30% สำหรับเตรียมเงินเกษียณ

ข้อควรระวังและกลยุทธ์ในวัยนี้มีดังนี้

  • ตั้งงบ 5–8% และเน้นผลิตภัณฑ์ออมเป็นสัดส่วนหลัก
  • เตรียมเงินสำรองสำหรับสุขภาพที่เริ่มมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น
  • ให้ลูกที่โตแล้วร่วมซื้อเป็นกิจกรรมในครอบครัว
  • หากถูกรางวัลใหญ่ เน้นการลงทุนระยะยาวและช่วยลูกสร้างฐานชีวิต

แม้ค่าใช้จ่ายจะลดลงในอีก 5-10 ปีเมื่อลูกจบการศึกษาและออกจากบ้าน ทำให้งบเสี่ยงโชคอาจเพิ่มได้ แต่ก็ไม่ควรเพิ่มจนเกินตัว เพราะสุขภาพในวัยนี้เริ่มมีปัญหาเล็กน้อยและค่ารักษาพยาบาลอาจสูง การมีเงินสำรองสำหรับสุขภาพจึงสำคัญกว่าการลงทุนในการเสี่ยงโชค

วัย 50 ปลายถึง 60 ต้นควรปรับกลยุทธ์ซื้อสลากอย่างไรก่อนเกษียณ?

ควรตั้งงบ 5-10% ของรายได้สุทธิ และปรับพอร์ตให้เอนไปทางสลากที่เก็บออมได้ เพราะวัยนี้รายได้อาจสูงสุดในชีวิตและภาระน้อยลงจากลูกที่ออกจากบ้านแล้ว แต่ต้องเตรียมเงินสำหรับชีวิตหลังเกษียณที่อาจยาวอีก 20-30 ปี

ALT: ภาพคนวัย 50 ปลายถึง 60 ต้นปรับสัดส่วนสลากเข้าสู่ช่วงเกษียณ

ในวัยนี้ที่รายได้สูงและภาระน้อยลง งบ 2,000-4,000 บาทต่อเดือนถือว่าพอเหมาะ การกระจายผลิตภัณฑ์ควรปรับให้เข้ากับวัยเกษียณ เช่น เป๋าตัง 15% เพื่อความสนุก MyMo 60% เพื่อเงินออมที่ยังลุ้นรางวัลได้ และแอป กอช. 25% สำหรับเตรียมเงินเกษียณ คนวัย 55-60 ปีควรคำนวณว่าเหลือเวลาก่อนถอนเงินแอป กอช. ได้ตอนอายุ 60 ปีอีกกี่ปี เช่น วัย 55 เหลือ 5 ปี วัย 58 เหลือ 2 ปี ซึ่งการลงทุนในวัยนี้ยังคุ้มค่าเพราะถอนได้ในเวลาไม่นาน

แนวทางสำหรับวัยนี้มีดังนี้

  • ตั้งงบ 5–10% ของรายได้สุทธิตามภาระที่ลดลง
  • เน้นสลากที่เงินต้นไม่หายเป็นสัดส่วนหลัก
  • ให้ความสำคัญกับเงินสำรองสุขภาพและประกันสุขภาพ
  • พิจารณาเปิดบัญชีสลากออมสินในชื่อหลานเป็นของขวัญ

หากถูกรางวัลใหญ่ในวัยนี้ ควรปรึกษานักวางแผนการเงินทันที เพราะการใช้เงินในวัยใกล้เกษียณต่างจากวัยอื่น ต้องคิดถึงการเก็บไว้ใช้ในระยะ 20-30 ปีข้างหน้า การซื้อสลากในวัยนี้จึงควรเป็นกิจกรรมพิเศษที่สร้างความผูกพันในครอบครัว มากกว่าการคาดหวังผลตอบแทน

วัย 60 ปีขึ้นไปควรซื้อสลากอย่างไรให้ปลอดภัยในวัยเกษียณ?

ควรตั้งงบไม่เกิน 3% ของรายได้รวม เน้นสลากที่เงินต้นไม่หายอย่างสลากออมสินและสลากออมทรัพย์ และระวังมิจฉาชีพเป็นพิเศษ เพราะวัยนี้รายได้น้อยลงและต้องใช้เงินสำหรับชีวิตหลังเกษียณที่อาจยาวอีก 20-30 ปี

ตั้งงบที่เหมาะคือ 5-8% ของรายได้คนรายได้รวม 30,000 บาทต่อเดือน (รวมเงินบำนาญและเงินจากการลงทุน) ควรตั้งงบไม่เกิน 900 บาทต่อเดือน ผลิตภัณฑ์ที่เน้นคือสลากที่เงินต้นไม่หาย ทั้งสลากออมสินใน MyMo และสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ในแอป A-Mobile ส่วนคนที่เคยใช้แอป กอช. ในช่วงทำงานก็ถอนเงินที่ออมไว้ได้แล้ว ซึ่งเป็นผลของการออมระยะยาว หากใช้สลากกินแบ่งรัฐบาล L6 ในเป๋าตัง ควรใช้จำนวนน้อยเป็นความสนุกในการลุ้น ไม่ใช่กลยุทธ์การเงินดือน

ข้อควรระวังสำหรับผู้สูงอายุมีดังนี้

  • ตั้งงบไม่เกิน 3% ของรายได้รวมในเดือน
  • เน้นสลากที่เงินต้นไม่หายเพื่อความมั่นคง
  • ระวังมิจฉาชีพที่มักเล็งกลุ่มผู้สูงอายุ โดยให้ลูกหลานช่วยตรวจสอบ
  • ใช้ระบบที่เรียบง่าย เช่น เป๋าตังหรือแผงสลาก 80 ทางการ ไม่ใช้บริการที่ซับซ้อน
  • ไม่ใช้เงินที่ลูกหลานให้มาเพื่อซื้อสลาก ให้ใช้กับเรื่องจำเป็นก่อน

สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี ลูกหลานช่วยตั้งระบบและสอนใช้ในเวลาไม่นานก็คล่อง หรือจะใช้ทางเลือกดั้งเดิมอย่างแผงสลาก 80 ทางการที่คุ้นเคยก็ได้ ในวัยนี้รางวัลย่อยที่ได้สม่ำเสมอจากสลากออมสินสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน ส่วนรางวัลใหญ่ที่อาจได้ควรคิดถึงการแบ่งให้ลูกหลานและพูดคุยกันเรื่องการใช้เงิน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการตัดสินใจที่รอบคอบ

โดยสรุป การเลือกซื้อสลากที่ดีไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ต้องปรับให้เข้ากับช่วงวัยและสถานะชีวิต วัย 20 เน้นสร้างนิสัยการเงินและใช้งบน้อยไม่เกิน 3% วัย 30 เน้นกระจายผลิตภัณฑ์และความโปร่งใสในครอบครัว วัย 40 เริ่มให้น้ำหนักการเตรียมเงินเกษียณควบคู่การออมเพื่อลูก วัย 50 ปรับพอร์ตเข้าสู่สลากที่เก็บออมได้ และวัย 60 เน้นสลากที่เงินต้นไม่หายพร้อมระวังมิจฉาชีพ หลักการร่วมที่ทุกวัยต้องยึดคือการตั้งงบที่ตายตัว ใช้เฉพาะเงินส่วนเกิน เลือกช่องทางทางการที่ได้ราคา 80 บาท และเข้าใจว่าผลตอบแทนคาดหวังจากสลากอยู่ที่ราว 60% ของเงินที่ลง การซื้อสลากจึงควรเป็นความบันเทิงที่ควบคุมได้ ไม่ใช่ช่องทางสร้างความมั่งคั่ง เมื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับวัยและยึดวินัยทางการเงิน การเสี่ยงโชคก็จะอยู่ร่วมกับชีวิตที่มั่นคงได้อย่างลงตัว

คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ้ารายได้ไม่แน่นอนเพราะเป็นฟรีแลนซ์หรือค้าขาย ควรตั้งงบซื้อสลากแบบเปอร์เซ็นต์เหมือนคนเงินเดือนไหม?
A: ควรปรับวิธีคิดเล็กน้อยครับ สำหรับคนรายได้ไม่แน่นอน แทนที่จะยึดเปอร์เซ็นต์ของรายได้รายเดือนที่ขึ้นลง ให้คำนวณจากรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 6-12 เดือน แล้วตั้งงบจากฐานที่ต่ำที่สุดเพื่อความปลอดภัย ในเดือนที่รายได้ดีไม่ควรเพิ่มงบซื้อสลากตามทันที แต่ควรกันส่วนเกินไปเป็นเงินสำรองก่อน เพราะเดือนถัดไปอาจรายได้น้อย วิธีนี้ช่วยให้การซื้อสลากไม่กระทบสภาพคล่องในช่วงที่รายได้ฝืด หลักสำคัญคือซื้อสลากจากเงินที่เหลือจริงหลังกันค่าใช้จ่ายจำเป็นและเงินสำรองแล้วเท่านั้น ไม่ใช่จากรายได้ที่คาดว่าจะเข้ามา

Q: คู่สามีภรรยาที่ต่างก็ชอบซื้อสลาก ควรรวมงบเป็นก้อนเดียวหรือแยกงบใครงบมัน?
A: ทำได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเงินของครอบครัวครับ ถ้าบริหารเงินรวมกันเป็นกองกลางอยู่แล้ว การตั้งงบสลากเป็นก้อนเดียวที่ตกลงกันชัดเจนจะคุมง่ายและโปร่งใส แต่ถ้าต่างคนต่างมีเงินส่วนตัว การแยกงบใครงบมันโดยกำหนดเพดานของแต่ละคนก็เวิร์ก ตราบใดที่รวมกันแล้วไม่เกินสัดส่วนที่เหมาะกับรายได้ครัวเรือน สิ่งที่สำคัญกว่าวิธีแบ่งคือการคุยกันอย่างเปิดเผยและตกลงเพดานรวมไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้กลายเป็นการแอบซื้อหรือบานปลายจนกระทบค่าใช้จ่ายของบ้าน การทำให้เป็นกิจกรรมที่คุยกันได้จะช่วยรักษาทั้งความสนุกและความไว้ใจในความสัมพันธ์

Q: เพิ่งตกงานหรือรายได้ลดลงกะทันหัน ควรหยุดซื้อสลากทันทีเลยไหม?
A: ในช่วงที่รายได้สะดุด การจัดลำดับความสำคัญของเงินคือเรื่องแรกที่ต้องทำครับ ค่าใช้จ่ายจำเป็นอย่างค่าอาหาร ที่อยู่อาศัย และหนี้สินต้องมาก่อนเสมอ ส่วนงบความบันเทิงรวมถึงการซื้อสลากควรลดลงมากหรือหยุดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะมั่นคงขึ้น เหตุผลคือเงินทุกบาทในช่วงนี้มีค่าต่อการประคองชีวิตและการหางานใหม่ การหยุดไม่ได้แปลว่าเลิกถาวร เมื่อมีรายได้กลับมาสม่ำเสมอและมีเงินสำรองพอแล้ว ค่อยกลับมาตั้งงบใหม่ตามสัดส่วนที่เหมาะสม การมองว่าการเล่นหวยเป็นความบันเทิงที่ทำได้เมื่อพร้อม ไม่ใช่ความหวังในการพลิกฐานะ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในช่วงวิกฤต

Q: อยากซื้อสลากเป็นของขวัญให้พ่อแม่ที่สูงอายุ ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับวัยท่าน?
A: ขึ้นอยู่กับว่าอยากให้เป็นความสนุกหรือเป็นเงินเก็บครับ ถ้าอยากให้ท่านได้ลุ้นเพลินๆ เป็นกิจกรรม สลากกินแบ่งรัฐบาลใบจริงจากแผง 80 ทางการเหมาะ เพราะจับต้องได้และคุ้นเคยกับคนวัยนี้ แต่ถ้าอยากให้เป็นของขวัญที่มีคุณค่าระยะยาว สลากออมสินเหมาะกว่า เพราะเงินต้นไม่หาย ท่านได้ลุ้นรางวัลทุกงวดและยังมีเงินเก็บคืน ซึ่งให้ความมั่นคงมากกว่า ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ควรช่วยท่านตรวจรางวัลและสอนวิธีระวังมิจฉาชีพไปด้วย เพราะผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มักโดนหลอกง่าย การให้ของขวัญพร้อมการดูแลเรื่องความปลอดภัยจึงมีค่ามากกว่าตัวสลากเอง

Q: คนโสดไม่มีภาระครอบครัว จะตั้งงบซื้อสลากสูงกว่าคนมีครอบครัวได้มากแค่ไหน?
A: คนโสดที่ไม่มีภาระมีความยืดหยุ่นมากกว่าก็จริง แต่ก็ยังควรยึดกรอบความปลอดภัยทางการเงินเดียวกันครับ แม้จะไม่มีค่าเทอมลูกหรือค่าผ่อนบ้านของครอบครัว แต่ก็ต้องกันเงินสำหรับเป้าหมายของตัวเอง ทั้งเงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือน การออมเพื่อเกษียณที่ต้องพึ่งตัวเองคนเดียวในอนาคต และเป้าหมายส่วนตัวอื่นๆ หลังกันส่วนเหล่านี้แล้ว งบความบันเทิงรวมถึงสลากอาจตั้งได้สูงกว่าคนมีครอบครัวบ้าง แต่ไม่ควรเกิน 10% ของรายได้สุทธิ จุดที่คนโสดต้องระวังเป็นพิเศษคือการไม่มีคนคอยเตือนเรื่องการใช้เงิน จึงควรตั้งวินัยให้ตัวเองชัดเจนและจดบันทึกการใช้จ่าย เพื่อไม่ให้ความอิสระทางการเงินกลายเป็นการใช้เกินตัวโดยไม่รู้ตัว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและดูอัตราจ่ายทุกประเภทหวยได้ที่ เว็บมาวินเบท (Mawinbet)

Scroll to Top